เด็กชาย ป.3 ใช้ชีวิตคนเดียวในบ้านเก่าๆ 2 ปี หลังพ่อแม่แยกทางกัน.

เด็กชาย ป.3 ใช้ชีวิตคนเดียวในบ้านเก่าๆ 2 ปี หลังพ่อแม่แยกทางกัน.

สวัสดีครับวันนี้ขอย้อนเรื่องราวน่าสงสารของน้องเต้ย เด็กน้อยที่ใช้ชีวิตคนเดียวในบ้านเก่าๆ คนเดียว 2 ปี หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน โดยเรื่องราวชีวิตของน้องเต้ย สะท้อนอีกหนึ่งมุมมองชีวิต เมื่อเด็กชายตัวเล็ก ๆ ต้องอาศัยอยู่ในกระต๊อบเก่า ๆ คนเดียว หลังพ่อและแม่แยกทางกัน น้องเต้ย เด็กชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แต่โชคดีที่ยังมีคุณครูโรงเรียนบ้านหนองสองห้องคอย แวะมาดูแล และให้คำปรึกษาน้อง

จากการพูดคุยกับครูประจำชั้น นางนลินญา ภาโนชิต ทราบว่า น้องเต้ยเป็นเด็กที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับปานกลาง เป็นเด็กเรียบร้อย มีนิสัยเงียบขรึม ไม่ชอบยุ่งกับใคร ทางด้านชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัว น้องเต้ยอาศัยอยู่ที่กระต๊อบ ลักษณะเป็นเพิงชั่วคราว ในหมู่บ้านทุ่งวิจิตร อยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 3 กิโลเมตร บิดาและมารดาแยกกันอยู่

โดยมารดาได้ย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดที่บุรีรัมย์ นำลูกสาวคนเล็กไปอยู่ด้วย ส่วนบิดาได้กลับไปอยู่บ้านเดิมที่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 10 ต.สะพานหิน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยชวนน้องเต้ยไปอยู่ด้วย แต่เจ้าตัวไม่ยอมไป เนื่องจากยังผูกพันกับที่พักแห่งนี้ ซึ่งเคยอยู่มาตั้งแต่เล็กๆ นานๆ ครั้งบิดาจะมาเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง

ด้านน.ส.อรัญญา อุ่นทอง ผอ.โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง กล่าวว่า “ปกติน้องเต้ยอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียว และมีผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ใกล้คอยดูแลช่วยเหลือ ส่วนผู้ปกครองคือบิดาอยู่คนละหมู่บ้านซึ่งไม่ไกลกันมากนักแต่ติดต่อกับน้องเต้ยอยู่ จากการเยี่ยมบ้านช่วงแรกๆ พ่อก็อยู่ด้วย แต่ช่วงหลังย้ายไปแล้ว ทางโรงเรียนก็ให้ความช่วยเหลือน้องเต้ยโดยให้ข้าวสาร อาหารแห้งและมอบทุuการศึกษาให้ และช่วงเย็นก็ห่อข้าวของโรงเรียนให้น้องเต้ยไปรับประทาน”

บ้านพักน้องเต้ยเป็นที่พักใช้ไม้เป็นเสา หลังคาและฝาบ้านเป็นสังกะสี ภายในห้องมีทีวีรุ่นเก่า 1 เครื่อง บนทีวีพบภาพถ่ายของพ่อแม่น้องเต้ยที่ถ่ายในวันแต่งงานและหม้อหุงข้าวไฟฟ้าขนาดเล็ก 1 ใบ เพิงพักดังกล่าวทราบว่า ผู้เป็นพ่อได้ซื้ อไว้บนเนื้อที่ 25 ตารางว่า ในราคา 12,000 บๅท โดยมีบ้านผู้ใหญ่บ้านและประชาชนอยู่ล้อมรอบ

ด้านนายนภดล งามเหลือ นาอำเภอนาดี พร้อมด้วยเจ้ากรมสวัสดิการเด็กและเยาวชน พม. ได้เดินทางไปยังบ้านของน้องเต้ย พร้อมกับรับน้องเต้ยมาจากโรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เพื่อมาพบกับนายสมหวัง เจนคง อายุ 34 ปี บิดา หลังจากแยกทางกันอยู่นานเกือบ 2 ปี เมื่อสองพ่อลูกได้พบหน้ากันน้องเต้ยได้เข้าไปกอดพ่อและร้องไห้ด้วยความดีใจ ส่วนน.ส.ปราณี จันประโคน อายุ 28 ปี แม่ของน้องเต้ย หลังจากแยกทางกับนายสมหวัง ได้กลับไปอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งเป็นบ้านเกิด หลังจากทราบข่าวกำลังเดินทางมาหาน้องเต้ย

นางปราณี ประจันทะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 บ้านทุ่งวิจิตร เปิดเผยว่า น้องเต้ย ได้พักอาศัยบ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง หลังจากที่พ่อ แม่เลิกรากัน แยกทางกันอยู่ ส่วนนายสมหวัง ผู้เป็นพ่อก็ไปๆมาๆและนำเงิuมาส่งให้บ้าง มาพักหลังก็หายไปเลยนานเกือบ 1 ปี

ส่วนน้องเต้ยไม่ได้อยู่เดียวดายแต่อย่างใด ก็ยังมีเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียงรวมทั้งผู้ใหญ่บ้านก็ยังคงดูแล คอยให้ข้าวให้น้ำตลอดเวลา สำหรับน้องเต้ยเป็นเด็กขยันเชื่อฟัง นอนสองทุ่ม ตื่นแต่เช้าหุงหาข้าวไปกินโรงเรียน ถ้าวันไหนตื่นสายหุงข้าวไม่ทันก็จะนำข้าวไปให้ ส่วนน้องเต้ยที่ไม่อยากไปอยู่กับพ่อเพราะว่า พ่อชอบดื่มสุรา อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องเต้ยไม่อยากไปอยู่ด้วย

นายสมหวัง พ่อน้องเต้ย เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเลิกกับภรรยาแม่ของน้องเต้ย เดิมที่ทั้งสองคนเป็นหนุ่มสาวโรงงาน จนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน ต่อมาจับได้ว่าภรรยามีการเล่นไลท์ติดต่อกับผู้ชาย กระทั่งทนไม่ได้จึงเลิกรากัน ส่วนภรรยาได้กลับไปอยู่บ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์และเอาลูกสาวคนเล็กไปด้วย

แต่น้องเต้ยไม่ไป หลังจากนั้นตนเองก็ไปงานทำในกรุงเทพฯ ไปๆมาๆ และจะรับน้องไปอยู่ด้วยแต่น้องเต้ยไม่ไปอยากอยู่บ้านเก่า ต่อมาตนก็กลับมาหางานทำที่บ้านอำเภอนาดี จนได้งานทำที่ฟาร์มแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้กลับมาหาน้องเต้ยอีกเลย

ขณะที่นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปราจีนบุรี ได้เดินทางมาเยี่ยมน้องเต้ยที่บ้านพัก พร้อมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นโดยมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่น้องเต้ย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป